สวัสดี ครับเพื่อนๆ พี่น้อง ชาว ArowanaMania.com
ยุ่งๆ เสียหลายวัน กว่าจะได้มาเรียบเรียงเล่าเรื่องราว ความสนุกของผมในการไปคัดปลาอโรวาน่า ที่ฟาร์ม Sianlon ประเทศมาเลเซีย ในครั้งนี้ ใจจริงก็อยากจะเล่าความมันส์ ในการเที่ยวชมเมือง KL ก่อนวันที่จะเดินทางไปคัดปลาเหมือนกัน แต่กลัวว่าจะนอกเรื่องมากไปหน่อย เลยว่าจะทำอีกหัวข้อเกี่ยวกับการทัวร์ชิม ในประเทศมาเลเซีย น่าจะดีกว่า
ผมเริ่มเดินทางออกจาก KL (กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย) ในวันที่ 3 เมย. โดยออกเดินทางแต่เช้า ประมาณ 7:30 เนื่องจากระยะทางจาก KL ไปยังเมือง Batu Pahat ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์ม ปลามังกร Sianlon Aquatic ซึ่งเป็นฟาร์มแรกของประเทศมาเลเซียนั้น ใช้เวลาเดินทาง ร่วม 3 ชม และจากตัวเมือง Batu Pahat ไปยังที่ตั้งของฟาร์มนั้น ใช้เวลาร่วม 1 ชม ซึ่ง ถ้ารวมเวลาเดินทางไปกลับ ก็ร่วม 8 ชม แล้ว ผมจึงต้องรีบเดินทางแต่เช้า และคาดหวังว่าจะได้กลับเข้าเมืองก่อน ฟ้ามืด เนื่องจากขับรถไปเอง (รถของเพื่อนที่อยู่ที่ประเทศมาเลเซียครับ)

รอบนี้พี่ GPS ช่วยนำทาง ค่อนข้างจะสบาย พี่แกไว้ใจได้พอสมควรครับ มีบ้างที่งงๆ Highway ของประเทศมาเลเซีย ค่อนข้างจะดีมากๆ ขับสบายครับ ขับไปถึงทางออกที่จะไป Batu Pahat ถนน เรื่องเล็กลงๆ ^^” จาก 6 ช่องทาง เริ่มเหลือ 2 ช่องทาง

ถึงตัวเมือง Batu Pahat ก็เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่โตมาก เงียบสงบดีครับ นัดเจอ ชาลี (ลูกชายเจ้าของฟาร์ม) ในตัวเมือง จากนั้นก็จะใช้รถของเค้าเพื่อเข้าไปยังฟาร์มเนื่องจากทางสมบุกสมบัน พอสมควร เค้าจึงไม่อยากให้เราใช้รถของเราขับไปครับ ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ มาให้ชมครับ ^^

ใช้เวลาเดินทางจากเมือง ร่วม ชม คุยกันไปตลอดทาง ชาลี พูดอังกฤษได้คล่องมาก ชวนคุยตลอดเวลา ผมได้ความรู้ และประสบการณ์ ในการเลี้ยงปลาอโรวาน่า ดูแลปลา รวมถึงสายพันธุ์ และเรื่องราวความรู้อื่นๆ จากชาลี พอสมควรเลยครับ ไว้ยังไงจะมาเล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกครั้งนะครับ


ชาลีได้แจ้งว่าทางคุณพ่อ(เจ้าของฟาร์ม) มีธุระต้องเดินทางไปต่างประเทศกระทันหัน เลยไม่ได้มีโอกาสมาพาชมด้วยตัวเอง ชาลีจึงเป็นคนพาทัวร์แทน เมื่อไปถึงฟาร์ม Sianlon แล้วเราก็ได้ทัวร์ชมบรรยากาศโดยรอบฟาร์มครับ เป็นฟาร์มปลามังกรที่มีขนาดใหญ่พอสมควรครับ ร่มเย็น น่าจะอ่านหนังสือไปพลาง ชมปลาไปพลาง ถ้าผมมีแบบนี้ซัก เสี้ยวนึงของเค้าก็คงจะดีไม่น้อย ในระหว่างนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่องการดูแลน้ำของฟาร์มปลาอโรวาน่าแห่ง นี้ครับ เนื่องจากผมก็พยายามจะชะโงกดูปลา ก็พอเห็นว่ายไปมาอวดโฉมกันบ้าง แต่ไม่ชัดนัก
ชาลีจึงบอกว่า น้ำลักษณะแบบนี้ถือว่าดีแล้ว อาจจะมองไม่ค่อยเห็นตัวปลาเนื่องจากน้ำสีน้ำตาลนิดๆ ไม่เหมือนกับหลายๆฟาร์มที่น้ำใสมองเห็นตัวปลาอโรวาน่าได้ชัดเจน เนื่องจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำของเค้าจะทำหลังจากมีการง้างปลาปากบ่อนั้นไปแล้ว เท่านั้น และก่อนหน้าจะนั้นเพียงเติมน้ำที่ระเหยไปเท่านั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ เป็นพิเศษแต่อย่างใด เรียกว่าธรรมชาติ สุดๆครับ “Simple is the best”
ชาลีก็เริ่มพาเยี่ยมชมโรงเรือนเพาะเลี้ยงอาหารปลาอโรวาน่าในฟาร์ม ของเค้า น่าทานทั้งนั้นเลย เริ่มจาก โรงเรือนหนอนนก
ชาลี เล่าว่าเมื่อก่อนที่นี่เป็นที่ๆ เพาะเลี้ยงและจำหน่าย หนอนนก ให้กับหลายๆฟาร์มในมาเลเซีย ขายกันตัวละ 2 บาทเลยทีเดียว หรือขายเป็นกิโล ก็ได้ราคามากๆ เดี๋ยวนี้หลายแห่งแข่งกันลดราคา ปัจจุบันเหลือ กิโลละ 100 บาท เท่านั้น ทางฟาร์มเลยเลิกผลิตเพื่อจำหน่าย เหลือเพียงแค่ผลิตเพื่อเลี้ยงปลาอโรวาน่า ในฟาร์มเท่านั้น
ถัดมาเพื่อนๆ คงรู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี แมลงสาบครับ -_-“ ก่อนเข้าไปผมเริ่มถามก่อนเลยว่าหน้าตาเหมือนที่เมืองไทยมั้ย (ไม่ได้กลัวนะ แต่เกรงใจ) เค้าตอบว่าเหมือนเด้ะ (ผมกับแฟนเริ่มลังเล ที่จะเข้าไป ฮ่าๆ) พอเข้าไปชาลีก็ได้เปิดลังให้ดู และบอกว่า เข้ามาแล้วเป็นยังไงบ้าง ไม่มีกลิ่นสาบเลยใช่มั้ย เพราะแมลงสาบที่นี่ ทานอาหารค่อยข้างดี เป็นอาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงไก่ รวมถึง ใบมะละกอ และผลมะละกอ ซึ่งผมก็ได้กลั้นใจลองพิสูจน์ ดู ก็ไม่มีกลิ่นสาบเหม็นๆ เหมือนที่บ้านเราจริงๆ ครับ แต่ว่าก็ยังเกรงใจอยู่ดี
ท้ายสุดโรงเรือนที่ 3 เป็นที่เพาะพันธุ์ จิ้งหรีด ครับ ร้องกันงู้ดงี้ดๆ เพลิดเพลินกันไป เหมือนๆ ที่บ้านเรานี่แหละครับ เห็นลังไฟเปอร์อันนี้มั้ยครับ มีร่วมกว่าพันลัง ในแต่ละโรงเรือนที่ใช้เพาะพันธุ์อาหารชั้นดี ของปลาอโรวาน่า ในฟาร์ม Sianlon แห่งนี้เลยทีเดียว ซึ่งเค้าผลิตได้ เดือนละกว่า 1,500 กิโลกรัม เลยครับ
มาถึง คำถามสำคัญ(ของผม) เนื่องจากว่าผมเคยได้มีโอกาสพูดคุยกับสัตว์แพทย์ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับปลา หลายๆท่าน ไม่มีท่านไหนแนะนำให้เราเลี้ยงปลามังกร หรือปลาอโรวาน่า ของเราด้วยหนอน หรือแมลงซักคนเนื่องจากท่านว่าหนอน และแมลง เป็นอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งจะมีผลต่อตับของปลา อาจจะทำให้ปลาป่วยหรืออายุไม่ยืนเท่าที่ควรจะเป็น
ชาลี ตอบว่ามันเป็นความแตกต่างของปลาอโรวาน่าในตู้ กับปลาในบ่อ เนื่องจากปลาในบ่อมีกิจกรรม และการออกกำลังกายที่มากกว่า ต้องอาศัยการเผาผลาญพลังงานที่มากกว่า ดังนั้นเรื่อง ไขมันส่วนเกินจึงไม่ค่อยมีผลกับปลาในบ่อนัก





จากนั้นชาลีก็ได้พาชม ห้องอนุบาลปลามังกรตัวน้อยๆของทางฟาร์ม ซึ่งมีทั้งทองมาเลย์ และ ไฮแบค อยู่หลายตู้ด้วยกัน โดยชาลีเล่าว่า ลูกปลามังกรของทางฟาร์มนั้น จะรอให้ไข่แทบจะหดหมดเท่าที่จะมากได้ ก่อนที่จะง้างปากปลามาอนุบาล ผมจึงได้สอบถามเกี่ยวกับว่า ถ้าทำแบบนี้โอกาสที่ไข่ปลาจะถูกพ่อปลาเผลอกลืนไปบ้าง ก็น่าจะมีมากพอสมควร และจำทำให้ได้ผลผลิตน้อยลงหรือไม่ ชาลีตอบว่าปล่อยให้พ่อปลาดูแลลูกเค้าเองเป็นการดีที่สุดแล้วผลผลิตน้อยลง เล็กน้อยไม่เป็นไรแต่จะได้ลูกปลาที่แข็งแรงกว่า

จากนั้นก็พาชมห้องพักปลามังกรก่อนที่จะ ส่งออกต่างประเทศ ซึ่งจะทำการกักปลามังกรไว้ 1-2 วันก่อนที่จะแพ็คครับ และพามาชม ปลา King Highback แต่ตัวนี้หางไม่สวยสมบูรณ์ เค้าจึงไม่ได้ขายครับ





สุดท้ายก็เป็นรูปปลาในสต้อคของเค้า ทั้ง ทองมาเลย์ เกรดพิเศษ , ปลาแดงขนาด 6-7 นิ้ว เกรดพิเศษ (ซึ่งทั้งสองเกรด จะมาถึงต้นเดือน พค นี้ครับ) และ Golden Head ของทางฟาร์มครับ (เกรดนี้หากเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านใดสนใจ สอบถามได้ครับ แต่ว่าราคาหกหลัก เลยทีเดียวครับ -_-“)

ท้ายนี้ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ มีความสุขนะครับ เดี๋ยวรอบหน้าถ้าโอกาสตรงกันกับทางฟาร์ม ผมได้ขออนุญาติเค้าลงไปง้างปากปลาซักครั้งในชีวิต ฮี่ๆ ถ้ามีโอกาสนั้น จะอัพเดทมาฝากกันอีกนะครับ สำหรับวันนี้ขอให้ทุกท่าน ไม่เจ็บ ไม่จน ครับ ^_^






